ยินดีต้อนรับ

คำถามที่พบบ่อย

ค้นหา : จาก :

ทาครีมแล้วทาแป้งฝุ่นทับได้ไหม หรือว่าแต่งหน้าได้เปล่าค่ะ?


ตอบค่ะ

ทาครีมบาชิแล้วสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติเลยจ้าแป้งฝุ่นก็ใช้ได้ตามปกติเลยค่ะ
แต่หลักสำคัญหลังจากแต่งหน้าแล้วอย่าลืมทำความสะอาดหน้าให้หมดจดก่อนเข้าสู่ขั้นตอนบำรุงหน้าต่อไปนะค่ะ

ปล.ถ้าใช้เครื่องสำอางต่างๆแล้วล้างหน้าไม่สะอาดก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดรูขุมขนอุดตัน ตัวการของสิวเม็ดโตเชียวละค่ะ ^^

ทาครีมบาชิแล้วรู้สึกว่าคันๆหน้าจะเป็นอะไรหรือเปล่าค่ะ?


ตอบค่ะ
ถ้าใช้ครีมบาชิแล้วมีอาการคันหน้านิดๆ เป็นอาการที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่ว่าไม่เป็นไรค่ะ วางใจได้จ้า
เพราะอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้กับคนสภาพผิวค่อนข้างแห้ง และแ้พ้ง่าย เนื่องจากตอนที่เราล้างหน้าเสร็จ แต่ไม่ได้ทาครีมบำรุงทันที
ในช่วงหน้าหน้าผิวหนังยังตึงอยู่ เพียงแค่ยิ้มหรือขมวดคิ้ว เป็นต้นก็สามารถทำให้ผิวหนังบริเวณใบหน้า เกิดรอยแตกหรือเป็นแผลเล็กๆ
ซึ่งเล็กมากและไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ถ้าเราทาครีมหรือโลชั่นก็จะรู้สึกแสบหน้านิดหรือคันด้วย แต่ทิ้งไว้สักพักก็จะหายเอง เพราะฉะนั้น
อาการเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นได้และไม่มีผลใดๆ  แต่ถ้ามีอาการคัน แล้วแสบหน้า หรือรู้สึกแสบร้อนใบหน้า หรือมีผดผื่นขึ้นเต็มหน้า
แนะนำให้หยุดใช้ัทันทีค่ะแนะนำให้หยุดใช้ทันทีค่ะ เพราะเป็นอาการแพ้ครีมค่ะ

ปล.วิธีทดสอบครีมก่อนใช้น่ะจ้า เซฟไว้ก่อนถ้าไม่อยากเสี่ยงยิ่งถ้าเป็นคนที่ผิวบอบบางและแพ้ง่าย
ก่อนใช้ให้ทดลองทาครีม บริเวณแขนอ่อน ข้อพับแขนแล้วทิ้งไว้สักพัก ถ้าไม่มีอาการแพ้ใด ก็สามารถใช้กับผิวหน้าได้
แต่ถ้ามีอาการเบื้องต้นที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ ก็หยุดใช้ครีมทันทีค่ะ หากมีอาการแพ้มากให้ปรึกษาแพทย์เกียวกับผิวหนังอย่างเร่งด่วนจ้า

ราคาสินค้าทำไมถูกกว่าคนอื่น??ของแท้หรือเปล่า??


คำถามว่า ของแท้หรือเปล่า??
ตอบค่ะ
ของแท้หรือเปล่า??
ของแท้แน่นอน 100 %ค่ะ

คำถามว่าทำไมราคาจึงถูกกว่คนอื่น??
ตอบค่ะ
เพราะเราเน้นขายสินค้าในปริมาณมากทั้งปลีกและส่ง
ดังนั้นเราจึงสามารถขายสินค้าที่ราคาถูกกว่าคนอื่นได้ค่ะ


คำถามที่พบบ่อยเกียวกับการจัดส่งสินค้า


คำถามที่พบบ่อยเกียวกับการจัดส่งสินค้า

ตอบค่ะ

ทางร้านจัดส่งสินค้าแบบ EMS ฟรี ทั่วประเทศ ทุกรายการสินค้าและทุกราคาด้วยค่ะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกาเม่ (Karme)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกาเม่ (Karme)

มีคำถามมากมายที่เราได้รับ จากมุมมองปัญหาเรื่องผิวพรรณ สิว ฝ้า กระ หน้าดำคล้ำ จุดด่างดำ ขี้แมลงวัน และอื่นๆอีกมากมาย เราพยายามที่จะให้ข้อมูลพื้นฐานนะค่ะ อย่างไรก็ตามหากข้อมูลพื็นฐานไม่ใช่คำตอบที่ท่านต้องการ ก็เชิญลองสอบถามกับเจ้าหน้าหน้าที่ฝ่ายขายของเราที่เบอร์ Hotline: 085-175-9989 หรือ Email: question@KarmeOriginal.com ได้นะค่ะ เราจะตอบคำถามทุกคำถาม และหากเราไม่สามารถให้คำตอบแก่ท่านในบางคำถาม เราจะนำคำถามของท่านมาค้นคว้าหาคำตอบต่อไป เพื่อให้ท่านได้ความกระจ่างมากที่สุดในทุกคำถามค่ะ แต่สิ่งหนึงที่ท่านมั่นใจได้เสมอคือ กาเม่ (Karme) เป็นคำตอบให้กับสาวไทยจำนวนมากมาย ที่เพิ่มความเปล่งประกาย ความใส ความสวยเนียน บนใบหน้าได้ตามเป้าประสงค์มานักต่อนัก หากท่านอยากรู้ว่ากาเม่ (Karme) เหมาะกับท่านไหม ท่านอาจลองใช้ขนาดทดลงดูก่อนค่ะ รับรองเห็นผลจริงๆค่ะ

คุณสมบัติเด่นของกาเม่ (Karme)

  1. สิวให้ค่อยหลุดหายไป
    เมื่อใช้ครีมกาเม (Karme) ไปสักระยะ สำหรับผู้ที่เป็นสิว ซึ่งใต้ผิวหนังจะมีสารก่อสิวใต้ผิวหนังค่อนข้างมาก หากคุณลองไปตรวจสภาพหน้าด้วย
    เครื่องตรวจสภาพผิวหน้าตามร้านรักษาหน้าต่างๆ คุณจะเห็นว่ามีจุดต่างๆ อยู่ และนั้นคือสารก่อสิวดังที่กล่าวข้างต้น การใช้ครีมกาเม (Karme) นี้ หากผู้ที่มีสารก่อสิวหรือมีสิวที่
    ใบหน้าอยู่แล้ว เช่นสิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผด เมื่อครีมกาเม่ (Karme) ไปสักประมาณ 1-2 อาทิตย์ อาจมีสิวขึ้นบ้าง เล็กน้อย เพราะครีมมีส่วนไปกระตุ้นให้สิวออกมา ท่านอาจใช้ใช้ครีมกาเม่ (Karme) กลางคืนหรือกลางวัน แต้มช่วยก็ได้คะ เพื่อให้สิวยุบเร็วขึ้น เนื่องจากเนื้อครีมกาเม (Karme) มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งแบคทีเรียคะสิวจึงค่อยๆ ยุบลงคะ
  2. ฝ้า ที่เป็นมานานหรือฝ้าที่ขึ้นใหม่ จะ ค่อยๆ จางหายไป
    ควรทาครีมกาเม่ (Karme) บางๆ ก่อนให้ทั่วหน้า และใช้ครีมกาเม (Karme) แต้มบางๆตรงส่วนที่เป็นฝ้าคะ แต่สำหรับท่านที่มีปัญหาผิวบาง,ผิวที่แดงจากแดด,หน้าหยาบกร้าน,เป็นฝ้า เราแนะนำ ให้ใช้คอลลาเจน (ลองโทรหาเราได้ค่ะสำหรับ ข้อมูลเพิ่มเติม) ทาไปที่ใบหน้าด้วย เพื่อเพิ่มใยผิวให้กับผิวหน้า และปัญหาหน้าบางๆ เนื่องจากเคยใช้ครีมประเภทอื่นที่แรงๆมาก่อนจึงทำให้ใบหน้าบาง การใช้คอลลาเจนจะช่วยให้ใบหน้ามีใยผิวใต้ผิวหนังและผิวหนังชั้นบนแข็งแรง ขึ้นได้ โดยทาก่อนทาครีมกาเม่ (Karme) กลางวัน หรือครีมกาเม (Karme) กลางคืนก็ได้คะ ท่านที่เป็นฝ้า ควรอย่างยิ่งต้องใช้ครีมกันแดดร่วมด้วยก่อนออกจากบ้านทุกครั้งเพื่อป้องกัน ไม่ให้ฝ้า กลับมาเป็นอีก หรือสำหรับท่านที่มีปัญหาเรื่องฝ้าที่เกิดจากกรรมพันธุ์หรือโฮโมนอาจหายา บำรุงมารับประทานร่วมด้วย และเพื่อให้ฝ้าหายเร็วขึ้นไม่กลับมาเป็นอีก คะ
  3. กระ ที่จะขึ้นใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี
    เมื่อทาครีมกาเม (Karme) สักระยะ ประมาณ 1-2 อาทิตย์ กระจะค่อยๆ จางลง แต่ในกรณีที่กระที่มีลักษณะที่ฝังอยู่ลึกใต้ผิวหนังซึ่งจะอยู่ลึกมาก จะต้องใช้เวลาในการรักษา ซึ่งในช่วงแรกๆการใช้อาจใช้ ครีมกาเม (Karme) กลางวัน หรือครีมกาเม (Karme) กลางคืนแต้มที่กระ เพื่อให้กระจางลงคะ
  4. หน้าดำ คล้ำ
    สำหรับท่านที่มีปัญหาผิวเช่นนี้ คือผู้ที่มีการสร้างเมลานินใต้ผิวหนังค่อนข้างมาก ด้วยคุณสมบัติ ของครีมกาเม (Karme) จะเข้าไปทำให้การสร้างเมลานินได้ผิวหนังลดน้อยลง จึงทำให้ผิวหน้าดูขาวใส ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อใช้ครีมกาเม (Karme) ไปสักระยะ หนึ่ง หรืออาจประมาร 1-2 อาทิตย์ สำหรับท่านที่ผิวไม่เคยใช้อะไรมามากมายผิว
    หน้าก็จะขาวใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน
  5. จุดด่างดำ ที่เกิดจากรอยสิว รอยแผลเป็นที่เกิดจากการบีบแกะ สิว
    เมื่อใช้ครีมกาเม (Karme) เป็นประจำรอยดำก็จะค่อยๆ จางขึ้น เพื่อให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใช้ครีมกาเม (Karme) กลางวัน หรือครีมกาเม (Karme) กลางคืน แต้มไว้ที่รอย เป็นประจำก็จะทำให้รอย ดำหายเร็วยิ่งขึ้น
  6. ขี้แมลงวัน
    สามารถใช้ครีมกาเม (Karme) กลางวัน หรือครีมกาเม (Karme) กลางคืน แต้มไว้เพื่อให้รอยขี้แมลงวัน ค่อยๆ จางลงไป แต่หากขี้แมลงวันอยู่ใต้ผิวหนังมาก
    อาจต้องใช้เวลารักษานานยิ่งขึ้นค่ะ

สูตรสำเร็จวิธีการใช้

  1. หลังจากทำความสะอาดผิวหน้าด้วย กาเม่โฟม (Karme Foam)
  2. ทาครีมกาเม่ (Karme) ตัวกลางวัน สำหรับเวลากลางวัน เนื้อครีมจะเป็นสี สีครีม
    ทาครีมกาเม่ (Karme) ตัวกลางคืน สำหรับเวลาก่อนนอน เนื้อครีมจะเป็นสี สีเหลือง
  3. สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวมากๆ เช่น รอยสิว ด่างดำ รอยฝ้ากระ จุดด่างดำ รอยแผลเป็นต่างๆ สามารถ ใช้ครีมกาเม่ (Karme) แต้มตรงเฉพาะจุดไว้บางๆ หลังจากที่ได้ ทาครีมกาเม่ (Karme) ทั่วหน้าแล้ว
  4. สำหรับตอนกลางวัน ท่านควรทาครีม Karme UV Sunscreen Complex 30 ให้ทั่วใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณโหนกแก้มและหน้าผาก ประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนออกนอกบ้านจากนั้นแต่งหน้าให้สวยตามอัธยาศัยค่ะ

หมายเหตุ: เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อใช้ครีมกาเม่ ไม่ควรและไม่จำเป็นต้องใช้ครีมตัวอื่นร่วมเลยค่ะ

วิธีการเก็บรักษาครีมกาเม่ (Karme)
ครีมกาเม่ (Karme) ควรเก็บครีมไว้ในที่เย็นและแห้ง หากเก็บในตู้เย็น ขอแนะนำให้ใส่ถุงพลาสติดและรัดถุงในแน่น ก่อนแช่ ครีมสามารถอยู่ได้นาน 3 ปีนับจากวันที่ผลิต ใต้กล่อง

ข้อแนะนำเรื่องการใช้ครีมกาเม่ (Karme)

  1. เคยมีผู้ใช้ครีมกาเม่ (Karme) บางท่านใช้แล้วรู้สึกแสบ โดยมากจะพบว่าท่านเป็นผู้มีผิวบางหรือใช้ปริมาณครีมที่มากเกินไป จึงขอแนะนำให้ใช้ครีมกาเม่ (Karme) ในปริมาณที่น้อยลงอีก ส่วนในกรณีที่เป็นผู้ที่เพิ่งทำหน้ามา ขอให้หยุดพักสักระยะหนึ่งนะค่ะ
  2. อาการการลอกข้างจมูก ข้างมุมปาก เนื่องจากเซลล์ผิวบริเวณนี้จะค่อนข้างมีสิวเสียนใต้ผิวหนังเยอะ เมื่อใช้ครีมกาเม่ (Karme) ระยะแรกๆ จะมีอาการดังกล่าวแต่เมื่อใช้ครีมไดสักระยะหนึ่ง อาการก็จะดีขึ้น คะ
  3. หากลูกค้าที่ใช้ครีมกาเม่ (Karme) จนเป็นที่พอใจว่าหน้าดีและใส หากต้องการจะหยุดใช้ครีม ก็สามารถทำได้ทันทีคะ อาจจะมีคำถามกลับมาว่า หน้าจะดำหรือไม่ คำตอบคือการใช้ครีมกาเม (Karme) ก็คือการทำให้การลดการผลิตเมลลานินในใบหน้า จึงทำให้หน้าขาวใสขึ้น ฉะนั้น เมื่อเราหยุดใช้ครีมแล้วเมลานิน ก็จะสร้างขึ้นมาตามปกติ ซึ่งสีที่เห็นคือสีปกติของใบหน้าคะ แต่หลายๆ คนก็จะบอกว่าหน้าดำขึ้น เพราะ คนเห็นหน้าขาวใสมาก่อนคะ ฉะนั้นจึงแนะนำให้ลดการใช้ลง หรือหากต้องการเลิกใช้ครีมจริงๆ ก็ควรใช้ครีมตัวอื่นทดแทนค่ะ
  4. สำหรับท่านที่มีผิวแพ้ง่ายแนะนำให้ใช้ ครีม karme Original ขนาด 15 กรัม เพราะเป็นสินค้านำเข้า เพราะเนื้อครีมจะเหมาะกับผิวแพ้ง่ายมากกว่าคะ

ข้อแนะนำพื้นฐานทั่วไปสำหรับผิวสวย

  1. ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
  2. ทำจิตใจให้ผ่องใส ไร้กังวล
  3. ออกกำลังกายเป็นประจำ
  4. อย่าหักโหม หรือนอนดึก
  5. ยิ้มบ่อยๆ
  6. พักหน้าจากเครื่องสำอางบ้างเช่น ในช่วงวันหยุด แต่ห้ามออกนอกบ้านนะค่ะ
  7. ทานอาหารที่มีประโยชน์ และทานให้ครบมื้อ อย่ากินน้อยไป หรือมากไป
  8. นอนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการอดนอน
  9. ให้เยี่ยม ทานผลไม้มากๆ
  10. ขับถ่ายเป็นกิจวัตรค่ะ